ถึงแม้ว่าว่าสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2552 ที่ผ่านมานั้นจะมีความผันผวนตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรก ที่ประเทศไทยเผชิญทั้งปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ ปัจจัยลบทางการเมือง สภาวะตกต่ำต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลก ปัจจัยลบเหล่านี้ย่อมฉุดให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบตามไปด้วย แต่อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งปีหลังนั้นบรรยากาศในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน บรรดาผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ส่วนมากมียอดรายได้ที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมาก เชื่อว่านอกจากการปรับตัวของผู้ประกอบการเองแล้ว ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากมาตรการที่รัฐบาลประกาศออกมาช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง
สำหรับ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) “MJD” เองนั้น ในรอบปีที่ผ่านมาก็ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนตลอดเวลา อย่างไรก็ดี จากการปรับกลยุทธ์และพัฒนาสินค้าเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง การคำนึงถึงความรอบคอบในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล การปรับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละช่วง ตลอดจนการบริหารงานที่โปร่งใส ผลักดันให้บริษัทฯ ยังคงรักษาผลการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2552 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 2,997.86 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 12.84 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการที่สามารถรับรู้รายได้จากโครงการของบริษัทฯ ถึง 9 โครงการ ได้แก่ โครงการฟูลเลอตัน สุขุมวิท, โครงการแมนฮัตตัน ชิดลม, โครงการวอเตอร์มาร์ค เจ้าพระยาริเวอร์ ทาวเวอร์เอ และ ทาวเวอร์บี, โครงการวินด์ สุขุมวิท 23, โครงการวินด์ รัชโยธิน, โครงการมิคโคนอส หัวหิน, โครงการอกัสตัน สุขุมวิท 22 และโครงการมาราเกช หัวหิน เรสซิเดนเซส สามารถทำกำไรสุทธิได้เท่ากับ 406.61 ล้านบาท มียอดขายที่รอรับรู้รายได้ในอนาคตคงเหลือ ณ สิ้นปีอีกกว่า 4,170.52 ล้านบาท และยังสามารถจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2552 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.15 บาทต่อหุ้น รวมถึงสามารถทยอยโอนห้องชุดในโครงการมิคโคนอส หัวหิน และ โครงการวินด์ สุขุมวิท 23 เพิ่มเติมนอกเหนือจากโครงการเดิมที่เริ่มมีการโอนห้องชุดไปแล้ว นับเป็นความสำเร็จอีกขั้นตามที่บริษัทฯ ได้ให้คำมั่นไว้ นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ยังคงมีแผนเดินหน้าขยายงานอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มขึ้นอีก 1 โครงการ ได้แก่ โครงการคอลเลซซิโอ สาทร-พิพัฒน์ ซึ่งก็ยังคงได้รับการตอบรับจากทางลูกค้าเป็นอย่างดี
|
สำหรับภาพรวมธุรกิจในปี 2553 นี้ จะยังเป็นปีที่ดีของบริษัทฯ จากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นเป็นลำดับ สร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากขึ้น แม้จะมีผลกระทบทางการเมืองเข้ามาแทรกบ้าง แต่หากไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงอันส่งผลกระทบในวงกว้าง ทางบริษัทฯ ก็พร้อมที่จะเดินหน้าขยายธุรกิจเปิดตัวโครงการใหม่ ๆ ได้ต่อไป ซึ่งตามแผนงานของบริษัทฯ นั้นคาดว่าจะเปิดตัวไม่น้อยกว่า 2 - 3 โครงการ เพื่อผลักดันให้ผลประกอบการให้เติบโตอย่างยั่งยืน และด้วยจำนวนโครงการที่คาดว่าจะรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นทั้งจาก โครงการรีเฟล็คชั่น จอมเทียน บีช พัทยา, โครงการร๊อยซ์ ไพรเวท เรซิเดนซิซ และ โครงการคอลเลซซิโอ สาทร-พิพัฒน์ ทำให้บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถรักษาระดับรายได้และกำไรให้เติบโตอย่างต่อเนื่องได้ และเรายังคงมั่นใจว่าโครงการต่างๆ ทั้งโครงการเดิมและโครงการที่จะเปิดใหม่นั้น จะได้รับการตอบรับที่ดีจากทางลูกค้า ทำยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง ตามภาวะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เชื่อว่าจะยังคงเติบโตได้ดีในปี 2553 นี้
นอกจากนั้น ในปี 2553 นี้ จะเป็นการก้าวสู่ปีที่ 11 ที่บริษัทฯ ดำเนินการงานมา และจากประสบการณ์กว่า 10 ปีที่ได้สั่งสมความชำนาญ ความซื่อสัตย์ในการดำเนินงาน การพัฒนาระบบการทำงานที่เป็นมาตรฐานสากล การยึดหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส การกำกับดูแลที่สร้างความมั่นใจ กับโครงการคุณภาพและผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ย่อมเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของเราได้เป็นอย่างดี เราพร้อมพัฒนาคุณภาพสินค้าเพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า เพื่อให้การเติบโตในอนาคตเป็นไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่จะมุ่งมั่นก้าวเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ สุดท้ายนี้ในนามของ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และคณะกรรมการบริษัทฯ ขอขอบคุณ ท่านผู้ถือหุ้น ผู้ร่วมทุน ลูกค้า สถาบันการเงิน รวมถึงพนักงานทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา บริษัทฯ ขอให้ความมั่นใจกับทุกท่านว่าจะพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ สร้างชื่อเสียง และก่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด รวมทั้งสร้างความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเสมอมา
คณะกรรมการ
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
|